อสังหาฯเศรษฐกิจ

การเคหะฯ เตรียมที่อยู่กว่า 1.5 หมื่นหน่วยร่วมโครงการบ้านล้านหลัง

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ขานรับโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เตรียมนำที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท พร้อมเข้าอยู่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 กว่า 15,000 หน่วย มาให้ประชาชนได้จับจอง ช่วยให้ประชาชนได้มีบ้านเป็นของตนเอง ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติสนองตอบนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างถ้วนทั่ว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม จึงได้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่ประชาชนสามารถรับภาระได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้จัดทำ “โครงการบ้านล้านหลัง” ภายใต้กรอบวงเงินรวม 60,000 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ แบ่งการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยออกเป็น 3 เฟส ซึ่งการเคหะแห่งชาติมีความพร้อมเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สำหรับเฟสแรก ได้เตรียมที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะชุมชน และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า (TOD) ซึ่งพร้อมเข้าอยู่อาศัยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 จำนวน 15,663 หน่วย มาให้ประชาชนได้จับจอง พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษและสินเชื่อตามเงื่อนไขของธนาคาร ส่วนการดำเนินงานในเฟสที่ 2 การเคหะแห่งชาติพร้อมที่จะทำความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ในการนำที่อยู่อาศัยมาจำหน่ายให้กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการ และเฟสที่ 3 การเคหะแห่งชาติมีแผนดำเนินงานที่จะทำโครงการร่วมดำเนินกิจการระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Operation) และโครงการร่วมสนับสนุนภาคเอกชน (Joint Support)  โดยจะขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งคาดว่าจะประกาศเชิญชวนภาคเอกชนยื่นข้อเสนอได้ภายในเดือนกันยายน 2561...
รถจักรยานยนต์ไลฟสไตล์

“เวสป้า พรีมาเวร่า ยอชท์ คลับ” การเดินทางสไตล์ล่องเรือ

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วกับสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสเปเชี่ยล อิดิชั่น “เวสป้า พรีมาเวร่า ยอชท์ คลับ” (Vespa Primavera Yacht Club) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการล่องเรือตามแบบฉบับอิตาเลี่ยนสุดพิเศษพร้อมมอบสไตล์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร ให้สไตล์ของผู้ขับขี่โดดเด่นและสง่างามบนท้องถนน โดยเปิดตัวผ่านกิจกรรมที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อแขกคนสำคัญได้สัมผัสถึงไลฟ์สไตล์สุดพรีเมี่ยมกับเวสป้า ด้วยการล่องเรือยอชท์ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเพื่อดื่มด่ำความอัศจรรย์แห่งท้องทะเลใต้ ณ เมืองตากอากาศชั้นนำของโลกในจังหวัดภูเก็ต สำหรับความพิเศษที่มาพร้อมกับเวสป้า พรีมาเวร่า ยอชท์ คลับ รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ คุณพรนฎา เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นี่คืออีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่บรรดานักสะสมและแฟนๆ เวสป้าโดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มผู้หญิงที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์อิตาเลี่ยนไม่ควรพลาด หลังจากที่เราได้นำรถรุ่นนี้ไปให้ชมก่อนใครที่งาน Big Motor Sale 2018 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีโดยมีผู้ที่สนใจสั่งจองภายในงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จังหวัดภูเก็ตท่ามกลางบรรดาแขกคนสำคัญเมื่อเร็วๆ นี้นั้น บริษัทฯ หวังที่จะถ่ายทอดแรงบันดาลใจของการเดินทางอันเป็นเอกลักษณ์และเหนือระดับของการล่องเรือสำราญในแบบอิตาลีตอนใต้ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันน่าหลงใหล สู่การสัมผัสประสบการณ์ของการใช้ชีวิตและการเดินทางสุดพรีเมี่ยมตามแบบฉบับอิตาเลี่ยนด้วยเวสป้า พรีมาเวร่า ยอชท์ คลับ ที่มาพร้อมรายละเอียดพิเศษรอบคัน” โดยรายละเอียดการออกแบบใหม่ที่สร้างความหรูหรารอบคันผสานเข้ากับสีสันแห่งท้องทะเลและความลงตัวกับเอกลักษณ์ของเวสป้าไฟกลมสุดคลาสสิคของเวสป้า พรีมาเวร่า ยอชท์ คลับ นั้น ประกอบด้วย เนคไทระบายความร้อนที่มาในสีน้ำเงิน เบาะนั่งสีน้ำเงินพร้อมเดินตะเข็บแบบใหม่ด้วยสีขาว ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ในสีน้ำเงินทั้งล้อหน้า-หลัง พร้อมด้วยลวดลายกราฟิกในแบบฉบับยอชท์คลับสุดพิเศษ อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยให้ทุกเส้นทางนิ่มนวลด้วยเครื่องยนต์ i-Get ขนาดเครื่องยนต์ 150 ซีซี และปลอดภัยยิ่งกว่ากับระบบเบรก ABS สะดวกสบายและลงตัวไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือเพื่อการท่องเที่ยวแบบมีสไตล์ก็ตาม อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่สะดุดทุกสายตากับไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ล่าสุด เพื่อให้ทุกการเดินทางรู้สึกแตกต่างและเป็นตัวของตัวเอง โดยเวสป้า พรีมาเวร่า ยอชท์ คลับ สเปเชี่ยล...
รถใหม่ต่างประเทศออโตโชว์

ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ เดินเครื่องสายการผลิตแล้ว

สายการผลิตปอร์เช่ มาคันน์ รุ่นใหม่ (The new Porsche Macan) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่โรงงานไลป์ซิก ยนตรกรรมสปอร์ตSUV คันแรกที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อส่งมอบถึงมือลูกค้า นับตั้งแต่ขั้นตอนการทำสีตัวถังภายนอก ตลอดจนการประกอบชิ้นงานสุดประณีตลงบนตัวรถผ่านกระบวนการผลิตคุณภาพสูงทั้งนี้มีการจัดเตรียมพื้นที่ ส่วนหนึ่งในโรงงานเป็นพิเศษเพื่อการผลิตรถยนต์ปอร์เช่รุ่นนี้โดยเฉพาะ มาคันน์ (Macan) สีMamba Green Metallicคือรถคันแรกจากสายการผลิตที่กำลังเดินทางเพื่อส่งมอบถึงมือลูกค้าชาวจีนเป็นรายแรก  ทั้งนี้ประเทศจีนได้กลายเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูงที่สุดสำหรับรถยนต์ปอร์เช่ ด้วยปริมาณการส่งมอบรถใหม่ที่สูงกว่า 100,000 คัน นับตั้งแต่มีการเปิดตัวมาคันน์ (Macan) อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2014รถสปอร์ตcompact SUV รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ความต้องการและยอดการสั่งซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องผลักดันให้โรงงานต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อ ตอบสนองต่อกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา: ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ กำลังการผลิตปอร์เช่มาคันน์(Porsche Macan) ของโรงงานไลป์ซิก จะได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 420 คันต่อวัน นั่นหมายความว่าอัตราการผลิตดังกล่าวจะสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่วันเท่านั้น “มาคันน์(Macan) คือหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดสำหรับยนตรกรรมปอร์เช่ที่ถือกำเนิดจากสายการผลิตของโรงงานไลป์ซิก”    Gerd Ruppประธานคณะกรรมการบริหารของ Porsche Leipzig Gmbhได้กล่าวไว้ “ตั้งแต่ปี 2011เป็นต้นมารถยนต์รุ่นนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆมากมายในองค์กรของเรา: ในช่วงเวลาดังกล่าวโรงงานไลป์ซิกได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจนเต็มศักยภาพสำหรับการมาถึงของรถสปอร์ต compact SUVรุ่นใหม่รถคันนี้ถูกผลิตจากส่วนงานผลิตตัวถังและส่วนงานสีที่สร้างขึ้นใหม่โดยเฉพาะระยะแรกของการเดินเครื่องโรงงานในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2014เราสามารถผลิตได้ถึง 40,000 คันต่อปี ทุกวันนี้กำลังการผลิตของเราเพิ่มขึ้นมากกว่า 90,000 คันต่อปี ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั่วทุกมุมโลก และตั้งแต่ปี 2014ปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ได้กลายเป็นรถสปอร์ตcompact SUV ที่ได้รับการมอบถึงมือลูกค้าผู้หลงใหลยนตรกรรมสายพันธุ์ปอร์เช่ในหลากหลายประเทศมากกว่า 350,000 คัน” การปรับโฉมตัวถังภายนอกในหลายๆ ส่วนครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลให้ มาคันน์ รุ่นใหม่(The new Macan)มีภาพลักษณ์ที่เฉียบคม ล้ำสมัย แสดงถึงความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบ มุมมองด้านท้ายได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูปราดเปรียว และโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน ไฟท้ายแบบ 3 มิติ three-dimensional LEDคาดยาวตลอดแนวตัวถังบ่งบอกถึงบุคลิกความเป็นรถยนต์ปอร์เช่ยุคใหม่อย่างชัดเจนส่วนงานผลิตตัวถังภายในโรงงานไลป์ซิกถูกสร้างขึ้นเพิ่มเติม เพื่อเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับการผลิตชิ้นส่วนตัวถังด้านท้ายรถนอกจากนี้ในอีกหลายส่วนงานของสายการผลิตและประกอบ ล้วนแล้วแต่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสมบูรณ์แบบรวมถึงประสิทธิภาพในการผลิตยนตรกรรม สปอร์ต compact SUVทั้งหมดนี้คือสิ่งที่สามารถรับประกันได้ว่า ปอร์เช่...
รถยนต์ในประเทศ

โตโยต้าเรียกลูกค้าแก้ไขถุงลมนิรภัย

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ติดตามผลการเรียกรถยนต์ของโตโยต้า จำนวน 4 รุ่น และรถยนต์เลกซัส จำนวน 2 รุ่น ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2556 เพื่อให้ลูกค้านำรถเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยของผู้โดยสารด้านหน้า จากกรณีพบการทำงานบกพร่องของชุดถุงลมฯ ที่ผลิตโดยทาคาตะ ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกค้าโตโยต้า จากการตรวจสอบผลการติดตามพบว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่เข้าข่ายกรณีดังกล่าว มีทั้งสิ้น 484,914 คัน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำการติดตามลูกค้าให้นำรถเข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนดังกล่าวมาเป็นระยะ ซึ่งมีลูกค้าได้นำรถเข้ารับการเปลี่ยนชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยไปแล้ว 107,243 คัน และยังมีลูกค้าอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้นำรถยนต์มาตรวจสอบ โดยมีรุ่นรถที่จะต้องเข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนฯ ประกอบด้วย 1) โตโยต้า อัลฟาร์ด รุ่นปี 2009-2014 2) โตโยต้า คัมรี รุ่นปี 2001-2006 3) โตโยต้า วีออส รุ่นปี 2007-2013 4) โตโยต้า ยาริส รุ่นปี 2006-2013 5) เลกซัส RX รุ่นปี 2015-2016 6) เลกซัส IS รุ่นปี 2006-2012   บริษัทฯ จึงขอเชิญชวนลูกค้าที่ยังไม่ได้นำรถเข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมเสริมความปลอดภัย สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการ ได้ที่ศูนย์บริการของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ที่   • เว็บไซต์ www.toyota.co.th/ssc/toyota และ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าโตโยต้า...
กิจกรรม & CSRรถจักรยานยนต์ไลฟสไตล์

ฮอนด้าผุดกิจกรรม “วาดฝันไว้ในหมวกกันน็อก”

เอ.พี.ฮอนด้า เดินหน้าสร้าง “สังคมหัวแข็ง” รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยใส่หมวกกันน็อก ผนึกกำลังองค์กรภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนยกระดับการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยให้เป็นวาระแห่งชาติ ขยายแนวคิดไปยังสถานศึกษาและกลุ่มเยาวชน ผุดไอเดียสุดเจ๋งครั้งแรกในประเทศกับกิจกรรม “วาดฝันไว้ในหมวกกันน็อก” นายอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เผยว่า “ทางบริษัท            เอ.พี.ฮอนด้า ได้จัดทำโครงการรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยบนถนนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เมืองไทย ขับขี่ปลอดภัย” เพราะประเทศไทยมีสถิติผู้ใช้รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ใส่หมวกกันน็อกมากถึง    93% และจากที่เราได้มีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องนั้น เมื่อสองปีที่แล้วเราได้ริเริ่มจัดทำโครงการ “สังคมหัวแข็ง” ขึ้นมา เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยที่ขับขี่จักรยานยนต์ต้องใส่หมวกกันน็อก จนมีคำพูดติดปากที่คุ้นเคยกันดี คือ “ใครไม่ใส่เราไม่ยอม” ซึ่งก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ส่วนในปีนี้ สังคมหัวแข็ง ปี 3 ทางฮอนด้าและภาคีเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรได้ขยายแนวคิดไปยังสถานศึกษาในระดับประเทศ จึงริเริ่มกิจกรรมโครงการประกวด   “วาดฝันไว้ในหมวกกันน็อก” ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น  (ประถมปีที่ 1-3) ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศ ที่จะใช้กิจกรรมนี้เป็นเวทีถ่ายทอดเรื่องราวความฝันของน้องๆ เยาวชนไทยลงบนหมวกกันน็อก ต่อยอดการร่วมด้วยช่วยกันเตือนให้ทุกคน  รอบข้างได้เห็นถึงความสำคัญและหันมาใส่หมวกกันน็อกทุกครั้งที่ใชัรถจักรยานยนต์ ส่วนอีกกิจกรรมที่เราจะดำเนินคู่ขนานไปด้วย นั่นคือ กิจกรรมประกวดโครงงานรณรงค์การใส่หมวกกันน็อก “โรงเรียนหัวแข็ง”  สำหรับคุณครูและบุคคลากรในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการรณรงค์ ในพื้นที่ของโรงเรียนและชุมชนของตนเอง “วาดฝันไว้ในหมวกกันน็อก”ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น  (ประถมปีที่ 1-3) ปิดรับสมัคร 30 พฤศจิกายน 61 “โรงเรียนหัวแข็ง” สำหรับคุณครูและบุคลากรในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศ ปิดรับสมัคร 31 ตุลาคม 61 ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรมนี้ ทางฮอนด้าได้รับความอนุเคราะห์จาก นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) มาร่วมผลักดันโครงการ ในประชาสัมพันธ์ไปยังผู้บริหารสถานศึกษาภายใต้สังกัด สพฐ. ซึ่งมีมากกว่า 28,000 โรงเรียนทั่วประเทศและเรายังได้รับความร่วมมือจาก คุณคิม คุก ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก...
กิจกรรม & CSRไลฟสไตล์

“อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”จังหวัดน่าน

อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 แก่โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร จังหวัดน่าน ดร.วิจารย์   สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย นาย ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 ณ โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีคุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์อีซูซุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย นายทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่     ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสารธรรมวิทยาแห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 31 ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องน้ำมีปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป” โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร  ตั้งอยู่ที่ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 -  6 มีนักเรียน 170 คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 25 คน จากการสำรวจพบว่า...
รถยนต์ในประเทศโชว์รูมรถใหม่

เปิดโชว์รูมอาวดี้ พัทยา รุกสร้างแบรนด์ศูนย์กลางเศรษฐกิจตะวันออก

เปิดตัวโชว์รูมอาวดี้ พัทยากระหึ่ม  รองรับศูนย์กลางเศรษฐกิจตะวันออก เผยลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ชูกลยุทธ์บริการหลังการขายนำขาย  ด้วยคุณภาพการบริการครบวงจรตามมาตรฐานอาวดี้ มั่นใจคุณภาพทีมบุคลากรครบ พร้อมสร้างความประทับใจและความพึงพอใจอับดับหนึ่งในใจลูกค้า นายกฤษณะกร เศวตนันทน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามพันธสัญญาของอาวดี้ในประเทศไทย ภายใต้นโยบาย   Consumer Concentric  ที่มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า บริษัทได้ยกระดับการทำงานทุกด้าน เพื่อให้ลูกค้าที่ไว้วางใจแบรนด์อาวดี้ ได้มีความมั่นใจ โดยเฉพาะการบริการหลังการขาย ที่บริษัทได้ประกาศไว้ว่าจะทยอยเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเพิ่มให้ได้ 6 แห่งในปี 2561  ซึ่งขณะนี้เป็นที่น่ายินดี  ที่เราสามารถดำเนินงานตามแผนที่ตั้งไว้  โดยวันที่ 18 สิงหาคม 2561  ที่ผ่านมา  ได้มีการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ อาวดี้ พัทยา อย่างเป็นทางการ ภายใต้การบริหารงานของคุณวิรัช เตชะมงคลาภิวัฒน์  ซึ่งมีประสบการณ์และความชำนาญในธุรกิจรถยนต์ มายาวนานกว่า 10 ปี  เพื่อรองรับลูกค้าในเขตภาคตะวันออกและจังหวัดใกล้เคียง ครอบคลุม พัทยา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี “ด้วยฐานธุรกิจและประสบการณ์ด้านการทำตลาดรถยนต์ของคุณวิรัช  และด้วยชื่อเสียงของแบรนด์อาวดี้  มั่นใจว่า ยนตรกรรมอาวดี้จะได้รับความสนใจ และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรกๆ  ทั้งนี้ จากการทำวิจัยตลาด พื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะพัทยานับเป็นตลาดทีมีศักยภาพสูง  เป็นเมืองท่องเที่ยว ที่มีชาวต่างชาติมาลงทุน รวมถึงชาวยุโรปที่มาตั้งถิ่นฐานในภาคตะวันออก และมีนักท่องเที่ยวซึ่งมีความประทับใจ รู้จัก ชื่นชอบและมีแบรนด์อาวดี้อยู่ในใจมายาวนาน  อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า อาวดี้มีแผนที่จะทำกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายหลากหลายรูปแบบ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้มารู้จัก และมาเยี่ยมชมโชว์รูม   เรามั่นใจว่าจากการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการที่เราจะทำอย่างต่อเนื่องจากนี้ไป จะสร้างความมั่นใจ และอุ่นใจในการเดินทางให้ลูกค้าอาวดี้ ในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะพัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม” ด้านนายวิรัช เตชะมงคลาภิวัฒน์  ประธานกรรมการบริหาร อาวดี้ พัทยา กล่าวว่า ขอบคุณอาวดี้ ประเทศไทย ที่ไว้วางใจ และเลือกเรามาเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะดำเนินตามนโยบายของอาวดี้...
นวัตกรรมรถยนต์ในประเทศไลฟสไตล์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จับมือ 3 เครือโรงแรมใหญ่ขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ EQ - Electric Intelligence by Mercedes-Benz ลุยยกระดับการให้บริการด้านรถยนต์ไฟฟ้า เต็มสูบ ดำเนินการขยายเครือข่ายจุดติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในเฟสแรก กว่า 63 จุดทั่วประเทศ ใน 3 เครือโรงแรมชั้นนำของเมืองไทย ได้แก่ Marriott  Minor Hotels และ Hilton มุ่งให้บริการตั้งแต่รถลิมูซีนไปจนถึงลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่โรงแรม พร้อมเดินหน้าเตรียมเพิ่มสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลายแห่งในอนาคต นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “เมอร์เซเดส-เบนซ์ดำเนินงานภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ผ่านการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีระดับนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่เราให้ความสำคัญ คือ แบรนด์เทคโนโลยี ‘EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz’ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว และการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อปูทางไปสู่การขับขี่แบบปลอดการปล่อยไอเสีย โดยภายในปี 2565 บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์มีแผนจะผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างน้อย 1 รุ่นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่รถยนต์จากแบรนด์สมาร์ทไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทฯ กำลังวางแผนจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 50 รุ่นย่อยอีกด้วย “สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น และเล็งเห็นข้อดีของการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดย 3 ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตได้เร็ว คือ นโยบายการสนับสนุนด้านรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ ทั้งในด้านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต หรือนโยบายส่งเสริมการลงทุนต่างๆ ให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ของค่ายรถต่างๆ ที่เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค รวมถึงการมีสายการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสุดท้ายคือการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกท่านว่าจะได้รับความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด” นายไมเคิล เกรเว่ กล่าวต่อไปว่า  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐเสมอมา เราจึงพร้อมตอบรับต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่การพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่ใช้พลังงานไฟฟ้าผ่านการลงทุนเปิดสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทุกรุ่นและการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ในประเทศไทย พร้อมนำความรู้ความเชี่ยวชาญจากบริษัทแม่มาพัฒนาบุคลากรชาวไทยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า...
รถยนต์ในประเทศรถเพื่อการพาณิชย์

โตโยต้าเปิดตัว รีโว่ เกียร์ 6 สปีด และ  ร็อคโค่ 2.4 ลิตร

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ กับเกียร์ 6 จังหวะ ที่มีอัตราทดต่ำ ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ทั้งในรุ่นเกียร์ธรรมดาและรุ่นเกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Sequential Shift เป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย ทั้งเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้าด้วย "ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ รุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร" รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi Purpose Vehicle” เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2558 มาพร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่งดุดัน เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจากขุมกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลระบบ คอมมอนเรล GD Efficient Boost และระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานระดับโลก และในวันนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้งานของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของการใช้งานเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น          เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะใหม่ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมระบบ Sequential Shift...
อสังหาฯ

การเคหะฯ ย้ำ ! ย้ายเข้าแฟลตดินแดงระยะที่ 1 เป็นไปตามแผน

นับจากวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นมา การเคหะแห่งชาติได้ให้ผู้อยู่อาศัยเดิมในแฟลตที่ 18 - 22 ย้ายเข้าพักอาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2561 โดยผู้อยู่อาศัยเดิมย้ายเข้าพักอาศัยในอาคารใหม่ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้การเคหะแห่งชาติยังคงได้รับการตอบรับจากผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างดีที่ได้มอบโอกาสให้ได้อยู่อาศัยในอาคารใหม่ที่มั่นคง แข็งแรง และมีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่อาศัยกว่าเดิม ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้อยู่อาศัยเดิมจากแฟลตที่ 18 - 22 ได้ย้ายเข้าพักอาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 ครบตามจำนวนผู้อยู่อาศัย 238 ครอบครัวแล้ว และสำหรับห้องว่างในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 1 การเคหะแห่งชาติได้ขออนุมัติเห็นชอบ ในหลักการให้นำผู้อยู่อาศัยที่จะเข้าอยู่ในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 เข้าอยู่อาศัยในโครงการฯ ต่อคณะรัฐมนตรี หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการฯ และมีผู้ยื่นความประสงค์ในการเข้าอยู่อาศัยมากกว่าจำนวนห้องว่าง การเคหะแห่งชาติจะคัดเลือกผู้ได้สิทธิด้วยการจับสลากเพื่อเข้าอยู่อาศัยในโครงการฯ ดังกล่าว สำหรับอาคารเก่าแฟลตที่ 18 - 22 ขณะนี้ได้ทำการปิดอาคารเพื่อป้องกันการบุกรุกที่จะนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม และอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตรื้อถอนอาคารจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เมื่อทำการรื้อถอนเรียบร้อยแล้วก็จะเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 ต่อไป...
1 268 269 270 271 272 278
Page 270 of 278