รถยนต์ในประเทศ

รถยนต์ในประเทศ

ส.ค.ยอดขายรถเพิ่มขึ้นกว่า 27 %

เดือนส.ค. ผลิตรถยนต์ 181,237 คัน เพิ่มขึ้น 2.15 % ขายในประเทศ 86,780 คัน เพิ่มขึ้น 27.7 %ส่งออก 102,513 คัน ลดลง 0.38 % นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2561 ดังต่อไปนี้   จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนสิงหาคม 2561 มีทั้งสิ้น 181,237 คัน เพิ่มขึ้น 2.15 %จากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น   ขณะที่ในเดือนมกราคม - สิงหาคม 2561 ผลิตได้ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,420,925 คัน เพิ่มขึ้น 10.37 % ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนสิงหาคม 2561 ส่งออกได้ 102,513 คัน ลดลง 0.38 % เนื่องจากการส่งออกรถยนต์นั่งและรถ PPV ที่ลดลง โดยลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดเอเชีย ตลาดแอฟริกา และตลาดยุโรป  มูลค่าการส่งออก 55,727.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8%  มูลค่าเพิ่มขึ้นเนื่องจากส่งออกรถกระบะเพิ่มขึ้น 7.02 % เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,158.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.97%  ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 19,675.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.77 % อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,037.16 ล้านบาท...
รถเพื่อการพาณิชย์

มิตซูบิชิฉลอง 40 ปีรถกระบะเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่

ในปี พ.ศ. 2521เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง อุตสาหกรรมวีดีโอเกมได้ถือกำเนิดขึ้น เครือข่ายโทรศัพท์มือถือกำลังถูกพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และซุปเปอร์แมนเริ่มเป็นที่โด่งดังในโลกภาพยนตร์ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้รถกระบะมิตซูบิชิขนาดหนึ่งตันได้ถูกเผยโฉมขึ้นเป็นครั้งแรก และในอีกสี่ทศวรรษต่อมารถรุ่นดังกล่าวได้กลายเป็นยานพาหนะสำหรับผู้คนทั่วโลกมากกว่า 4.7 ล้านคน รถกระบะมิตซูบิชิโดดเด่นด้วยความสามารถในการขับเคลื่อนบนทุกสภาพถนนและภูมิประเทศ ด้วยการพัฒนาและออกแบบเพื่อมุ่งตอบสนองทุกความปรารถนาของลูกค้าผู้ชื่นชอบรถกระบะทั้งในด้านความแข็งแกร่งทนทาน และการบรรทุกสัมภาระรวมถึงความอเนกประสงค์และความสะดวกสบายในการโดยสารที่ไม่ต่างไปจากรถยนต์นั่งแบบซีดาน รถกระบะมิตซูบิชิรุ่นแรกเผยโฉมในนาม ฟอร์เต้(FORTE)หรือแอล200 (L200) ในบางประเทศที่ยังถูกใช้งานจนถึงปัจจุบัน โดยรถกระบะมิตซูบิชิ ฟอร์เต้ได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งทนทานต่องานบรรทุกทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ รถกระบะมิตซูบิชิ ฟอร์เต้ขนาดหนึ่งตันขับขี่ง่ายสมรรถนะแกร่งทนทานกับการใช้งานบรรทุกสัมภาระ จึงได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเวลาไม่นาน ทั้งในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศแบบหนาวจัดและแบบทะเลทรายที่ร้อนระอุ กระนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถกระบะให้แก่ลูกค้า เพื่อให้สามารถฝ่าฟันทุกอุปสรรคและไปได้ไกลกว่าเดิม ด้วยการคิดค้นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อระดับตำนานมาใช้ในรถกระบะมิตซูบิชิ ฟอร์เต้รุ่นปี พ.ศ. 2523ซึ่งต่อมาได้กลายต้นแบบของยนตรกรรมขับเคลื่อนสี่ล้อยุคใหม่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร หรือ มอนเทโร และ มิตซูบิชิ เดลิกา ในเวลาต่อมา รถกระบะมิตซูบิชิถูกส่งไปจำหน่ายในอีกหลายประเทศภายใต้ชื่อไทรทันซึ่งประสบความสำเร็จและได้กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีกด้วย ทั้งนี้แพลตฟอร์มของ มิตซูบิชิ ไทรทันเจอเนอเรชั่นแรก และเจนเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการพัฒนาขึ้นที่ศูนย์การผลิตยานยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์สที่เขตโอเอะ เมืองนาโกย่าและต่อมา มิตซูบิชิ ไทรทัน เจอเนอเรชั่นที่สามในปี พ.ศ. 2538ซึ่งถูกผลิตขึ้นและส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกจากศูนย์การผลิตยานยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์สแหลมฉบัง ประเทศไทยและปัจจุบันยังเป็นศูนย์การผลิตยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยจำนวนการผลิตประมาณ 400,000 คัน ยนตรกรรมกระบะรุ่นใหม่แห่งอนาคตพร้อมแล้วสำหรับการเผยโฉมเร็วๆนี้...
รถเพื่อการพาณิชย์

มาสด้าส่ง บีที-50 โปร ธันเดอร์ เจาะตลาดบน

ศึกปิกอัพระอุ มาสด้าทวงบัลลังก์ยอดขายรถปิกอัพ ส่ง บีที-50 โปร ธันเดอร์ จับตลาดบน เน้นลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย มาสด้าไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในส่วนของรถยนต์นั่งเท่านั้น แต่มาสด้ายังได้สร้างสรรค์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่มีความชื่นชอบในการใช้รถปิกอัพสไตล์รถเก๋ง ดังนั้นมาสด้าจึงมุ่งค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตน ทั้งในเรื่องการออกแบบที่สวยงาม ดีไซน์สปอร์ตหรู พร้อมกับห้องโดยสารกว้างขวาง เพราะรถปิกอัพนั้นไม่ใช่เพียงรถที่ไว้บรรทุกของ แต่ยังสามารถนำมาใช้เพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน รวมถึงเพื่อการท่องเที่ยวเดินทางไปยังที่สถานที่ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย และในวันนี้มาสด้าได้เผยโฉม มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่ ภายใต้แนวคิด “ให้ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้” นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถกระบะนั้นครองอันดับ 1 ครองยอดส่วนแบ่งตลาดสูงสุดมาโดยตลอด เนื่องจากประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเป็นประเทศเกษตรกรรม รถกระบะจึงเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมในการใช้งานรอบด้าน ซึ่งปัจจุบันรถปิกอัพโดยส่วนใหญ่ในตลาดนั้นจะเน้นคุณสมบัติของการบรรทุกเป็นหลัก ดังนั้น มาสด้าจึงฉีกแนวรูปลักษณ์ของรถกระบะแบบเดิมๆ ด้วยการเพิ่มในส่วนของการออกแบบที่สวยงามยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ผลลัพธ์ของการใช้งานที่หลากหลายเช่นเดียวกับรถอเนกประสงค์ และสัมผัสได้ในสไตล์รถยนต์นั่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับดีไซน์ใหม่ในครั้งนี้ มาสด้าได้เพิ่มสติ๊กเกอร์ลายกราฟฟิกด้านข้าง พร้อมดีไซน์กันชนหน้าใหม่ เพิ่มกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์ใหม่ ให้มุมมองความสปอร์ตและเพิ่มความหรูหรามากยิ่งขึ้นโดยมีให้เลือก 3 รุ่นคือ FSC  Hi-Racer 2.2L 6MT     ราคา  701,000     บาท   รุ่น DBL Hi-Racer 2.2L 6MT      ราคา 792,000 บาท รุ่น DBL Hi-Racer 2.2L 6AT ราคา 952,000 บาท(สีเมทัลลิค และสีขาวมุก สโนว์เฟลก เพิ่ม 7,000 บาท) การเปิดตัวรถกระบะมาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่  ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นกลุ่มผู้บริโภคในเรื่องของการสร้างการจดจำของแบรนด์ในส่วนของไลน์รถกระบะของมาสด้า ซึ่งในปีนี้มาสด้าวางเป้ายอดขายรถกระบะ...
งานแสดงรถยนต์รถยนต์ในประเทศ

ปอร์เช่คาเยนน์อี-ไฮบริดใหม่ อวดโฉมครั้งแรกในงาน Gaysorn Menllennial 2018

ปอร์เช่ประเทศไทย โดยบริษัทเอเอเอสออโต้เซอร์วิสจำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยร่วมเติมเต็มไลฟ์สไตล์สุดหรูของเหล่าสุภาพบุรุษด้วยการเปิดตัวปอร์เช่คาเยนน์อี-ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่พานาเมร่า4อี-ไฮบริดสปอร์ตทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo) ในงาน GaysornMenllennialระหว่างวันที่ 10 -16กันยายน2561ณชั้น G ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ ภายในงาน GaysornMenllennial เต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเหล่าชายหนุ่มที่มีไลฟ์สไตล์สุดฮิป โดยปอร์เช่ ประเทศไทยได้ขนยนตรกรรมอี-ไฮบริดที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองไปร่วมจัดแสดง ซึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวรถยนต์ปอร์เช่คาเยนน์อี-ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดยเหล่าผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของกับที่สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียมSUV แห่งยุคที่ติดตั้งขุมพลังE-performance พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุดผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ตให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดเครื่องยนต์V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร 340แรงม้า เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 136แรงม้า ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า462 แรงม้า  แรงบิดสูงสุดถึง700นิวตันเมตรด้วยแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับปอร์เช่918สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder)อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4–31.2 กิโลเมตรต่อลิตร  อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์78 – 72กรัมต่อกิโลเมตรอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อระยะทาง100กิโลเมตร  สนนราคาที่ 7.5 ล้านบาท ในงานนี้ เอเอเอสฯ นำรถยนต์ปอร์เช่พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริดสปอร์ตทัวริสโม่(Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo)ที่สุดแห่งการออกแบบสุดหรูหราและล้ำสมัยด้วยรูปแบบที่นั่ง4+1พรั่งพร้อมด้วยความอเนกประสงค์โดดเด่นด้วยฝากระโปรงท้ายขนาดใหญ่ปริมาตรความจุ520ลิตรและพนักพิงหลังบริเวณห้องโดยสารตอนท้ายสามารถพับเก็บและเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 1,390 ลิตร  พานาเมร่า4อี-ไฮบริดสปอร์ตทัวริสโม่ (Panamera 4-E Hybrid Sport Turismo) คันนี้ให้พลังงานการขับเคลื่อนสูงสุดถึง462แรงม้ามีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย40กิโลเมตรต่อลิตรและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 56กรัมต่อกิโลเมตรสนนราคาเริ่มต้น9.5ล้านบาทมาร่วมอวดโฉมด้วย...
รถเพื่อการพาณิชย์

เดมเลอร์ฯลั่นผุดโรงงานประกอบรถบรรทุกในไทย

มิตซูบิชิ ฟูโซ่ ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น (หรือ MFTBC) ภายใต้แบรนด์เดมเลอร์ ทรัคส์ วันนี้ประกาศการก่อสร้างของโรงงานประกอบรถบรรทุกแห่งใหม่ในประเทศไทย โดยมีการแถลงข่าวในช่วงระหว่างงานประชุม DTA ISCS Conference (Daimler Trucks Asia International Sales and Customer Services Conference) ในกรุงเทพฯ ทั้งประกาศเพิ่มเติมว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารงาน ซึ่งบริษัท   เดมเลอร์คอมเมอร์เชียลวีฮีเคิลส์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือ ดีซีวีที  จะเข้ามาบริหารธุรกิจรถบัสและรถบรรทุกของเมอร์เซเดสเบนซ์เพื่อสร้างองค์กรเฉพาะทางสำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เท่านั้นและสามารถดูแลลูกค้ารถบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นายไมเคิลเคมเปอร์รองประธานอาวุโสหัวหน้าฝ่ายการตลาดการขายและการบริการลูกค้ารถบรรทุกในภูมิภาคเอเชีย   บริษัท มิตซูบิชิฟูโซ่ทรัคแอนด์บัสคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า  เราตั้งใจที่จะให้การบริหารงานรถบรรทุกไปในทิศทางเดียวกัน โดยในประเทศไทย ดีซีวีที จะบริหารทั้งแบรนด์ฟูโซ่และเมอร์เซเดสเบนซ์ ด้วยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยในพื้นที่และการเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักในยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจสู่ตลาดทั่วโลก ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของดีซีวีที ทำให้เรามีความมั่นใจที่จะขยายธุรกิจของเราที่นี่ด้วยการสร้างโรงงานประกอบรถบรรทุกโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศแห่งใหม่สำหรับตลาดในประเทศไทยโดยเฉพาะ” นายซาช่า ริคาเน็ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีซีวีที กล่าวว่า “ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้เป็นตลาดสำคัญสำหรับความสำเร็จระยะยาวของเรา วันนี้เรามีความภูมิใจที่จะประกาศเหตุการณ์สำคัญสองเหตุการณ์ที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยของเรา ข้อแรกคือเรากำลังลงทุนก่อสร้างโรงงานประกอบรถบรรทุกโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศสำหรับตลาดในประเทศไทย ข้อที่สอง เราจะมุ่งหน้ารวบรวมธุรกิจรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ฟูโซ่และแบรนด์เมอร์เซเดสเบนซ์ภายใต้ชื่อดีซีวีที ตามกลยุทธ์ทางการตลาดของเดมเลอร์ทั่วโลกว่า “กลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหนือกว่าแก่ลูกค้าในท้องถิ่น”นั่นเอง การผลิตในประเทศเพื่อตลาดประเทศไทยนั้น  มิตซูบิชิฟูโซ่ทรัคแอนด์บัสคอร์ปอเรชั่น (MFTBC) ได้ลงทุนถึง 12 ล้านยูโร หรือประมาณ 450 ล้านบาทไทยสำหรับโรงงานประกอบรถบรรทุกโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศโดยจะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในการเติบโตทางเศรษกิจที่สำคัญของประเทศไทยในภูมิภาคนี้ โรงงานประกอบรถบรรทุกโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้ได้เกิดขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของเดมเลอร์ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย โดยในช่วงระยะแรกโรงงานประกอบรถบรรทุกโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศแห่งนี้จะประกอบรถบรรทุกขนาดใหญ่ฟูโซ่ รุ่น FJ 2528C ที่ได้เปิดตัวไปในประเทศไทยในช่วงต้นปีนี้ที่ผ่านมาและได้ถูกออกแบบเพื่อตอบสนองการเติบโตอย่างเนื่องของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยโรงงานประกอบรถบรรทุกโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศแห่งนี้มีแผนจะเริ่มการก่อสร้างในช่วงเดือนตุลาคม ในปี พ.ศ. 2561 และเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่สองในปี 2562 “กลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหนือกว่าแก่ลูกค้าในท้องถิ่น”คือหนี่งในทิศทางของเดมเลอร์ที่มุ่งมั่นที่จะตอบสนองลูกค้า ธุรกิจของรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ของเมอร์เซเดสเบนซ์จะถูกสานต่อโดย ดีซีวีที ซึ่งได้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งรถบรรทุกฟูโซ่ และ รถบรรทุกและรถบัสของเมอร์เซเดสเบนซ์ ผลิตภัณฑ์ของเมอร์เซเดสเบนซ์ จะถูกเติมเต็มด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของฟูโซ่โดยเฉพาะรุ่นที่มีพลังขับเคลื่อนสูงและในส่วนของรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งการรวมตัวในครั้งนี้จะทำให้ดีซีวีทีสามารถส่งมอบโซลูชันคุณภาพแก่ลูกค้าอย่างเช่นการบริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริงได้ โดยการบริการอย่างครบวงจรประกอบไปด้วย...
รถยนต์ในประเทศโชว์รูมรถใหม่

วอลโว่ เปิดตัว The New  XC40   เคาะราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว The New Volvo XC40 สุดยอดคอมแพกต์เอสยูวีรุ่นแรกจากแบรนด์วอลโว่ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Designed to Break the Norms” สู่ผู้บริโภคเมืองไทย มอบความโดดเด่นทั้งการดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน นำเสนอทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ T5 AWD และ T4 เบนซิน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2.09 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวรุ่น XC60 ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์วอลโว่ในตลาดเมืองไทย วันนี้ วอลโว่ภูมิใจนำเสนอเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อมอบนิยามใหม่ของยานยนต์สำหรับคนเมืองด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยในสไตล์รถสวีเดน โดย XC40 พร้อมรุกตลาดเอสยูวีระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว และถือเป็นยานยนต์ในตระกูล 40 รุ่นแรกของโลก นำเสนอความเป็นเลิศทั้งในด้านความปลอดภัย ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีอินโฟเทนเมนท์ ซึ่งนำมาจากยานยนต์ขนาดใหญ่ (SPA) เพื่อนำมาติดตั้งในระบบยานยนต์ขนาดเล็ก (Compact Modular Architecture : CMA) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ นายคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แพลตฟอร์มพื้นฐานการพัฒนายานยนต์รุ่น XC40 ของเราคือ CMA หรือ Compact Modular Architecture ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างมากเมื่อพิจารณาในแง่นวัตกรรม ประการแรก สถาปัตยกรรมนี้มอบ ความยืดหยุ่น ในการผลิตรถยนต์ ทำให้เราสามารถนำเสนอสุดยอดยานยนต์ได้ในหลากหลายขนาด เนื่องจากเป็นระบบที่ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับกำลังไฟฟ้าได้หลายระดับ และเหนือสิ่งอื่นใด รถยนต์รุ่นนี้คือการทำให้แนวคิด “90 สู่ 60 สู่ 40” เป็นจริงขึ้นมา โดยเราสามารถปรับขนาดแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจากระดับ SPA มาเป็น CMA และ C segment...
รถยนต์ในประเทศ

มาสด้ายิ้มยอดขายหน้าฝนพุ่งทุกเซกเม้นต์

 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ ได้ประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2561 พบว่า ขยายตัวสูงถึง 4.6% ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 4.5% จากปัจจัยสนับสนุนเรื่องการใช้จ่ายภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐที่เร่งตัวมากขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับอานิสงส์ด้านเศรษฐกิจตามไปด้วย นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ว่ามาสด้าจะเป็นบริษัทรถยนต์ขนาดเล็ก  แต่ทีมงานและพนักงานทุกคนต่างมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราไม่หยุดนิ่งที่จะคิดค้นและพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นต่อไปอีก มาสด้าภูมิใจอย่างยิ่งที่เห็นผลลัพธ์ที่เกิดจากสิ่งที่เราทุกคนทุ่มเทเต็มกำลังเพื่อลูกค้าของเรา โดยเฉพาะยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเราได้ทำตามแผนงานในทุกๆ ส่วนควบคู่กันไป และขณะนี้เรายังคงเดินหน้าปรับเปลี่ยนโชว์รูมเพื่อตอกย้ำความเป็นพรีเมี่ยมของแบรนด์ สร้างความรู้สึกให้ลูกค้าทุกท่านอยากเข้ามาใช้บริการด้วยความรู้สึกเป็นกันเองเสมือนบุคคลในครอบครัว เราได้เร่งขยายโชว์รูมมาสด้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจและความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าเมื่อต้องการเข้ามาใช้บริการ ทั้งนี้ตัวเลขยอดขายในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยังเป็นการตอกย้ำถึงผลลัพธ์ของการดำเนินกลยุทธ์ที่ได้มาสด้าได้วางไว้ว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว สำหรับยอดขายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น สปอร์ตน้องเล็กที่ให้ความเร้าใจในการขับขี่อย่างมาสด้า2 ยังคงครองแชมป์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของมาสด้า ด้วยจำนวนยอดขาย 3,966 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 42% ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์เอสยูวี ออลนิว มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 607 คัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 37% และในเดือนสิงหาคมนี้ทุกเซกเมนต์ของมาสด้ามียอดขายที่เติบโตเป็นบวก ได้แก่ รถยนต์นั่งคันหรูดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างมาสด้า3 มียอดขาย 447 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 13% รถอเนกประสงค์คอมแพคเอสยูวี มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ยอดขาย 304 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 23% รถปิกอัพมาสด้า บีที 50-โปร มียอดขาย 596 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 21% ส่งผลให้ยอดขายของเดือนสิงหาคมนี้ปิดตัวเลขอยู่ที่ 5,920 คัน หรือ เติบโตเพิ่มขึ้น 35% และยอดขายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมมียอดขายรวมที่ 45,875 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 43% ด้านนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์...
เศรษฐกิจโชว์รูมรถใหม่

อาวดี้ ลงทุน 1.4 พันล้านบาท ผุดสนง.ใหญ่ พร้อมเปิดตัว Audi Q8  เป็นประเทศแรกในอาเซียน

อาวดี้ ประเทศไทย ลงทุน 1.4 พันล้านบาท เปิดสำนักงานใหญ่-โชว์รูมและศูนย์บริการ หรือ Audi Centre Thailand  ครบวงจร ย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา  พร้อมเปิดตัว SUV เรือธง รุ่นล่าสุด “Audi Q8”  เป็นประเทศแรกในอาเซียน เคาะราคา 6.799 ล้านบาท ชูประเทศไทยเป็นตลาดศักยภาพสูงและเป็นหนึ่งในตลาดของอาวดี้ที่กำลังมาแรงและมีการเติบโตสูงสุด นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร อาวดี้ประเทศไทย กล่าวว่า ตามพันธสัญญา ในการให้ความสำคัญและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุด และภายใต้แผนกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุกเพื่อสร้างแบรนด์อาวดี้ในประเทศไทย ส่งผลให้อาวดี้มีการยกระดับการทำงานทุกส่วน  ทั้งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว การขยายโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด และการยกระดับคุณภาพการบริการหลังการขาย ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิด สำนักงานใหญ่-โชว์รูมและศูนย์บริการ หรือ Audi Centre Thailand  ขนาด 6 ชั้น 2 อาคาร ซึ่งมีพื้นที่ 3 ไร่ ตามมาตรฐานของแบรนด์อาวดี้ ที่มีจุดเด่น คือความครบวงจร ทั้งโชว์รูม ศูนย์บริการและศุนย์ซ่อมสี-ตัวถังที่ทันสมัย ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่บริเวณถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา  โดยใช้เงินลงทุนในที่ดิน ก่อสร้าง ตกแต่ง ติดตั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย รวมทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท  นับเป็นข้อพิสูจน์ความจริงจังของการปักหมุดสร้างแบรนด์  ยนตรกรรมอาวดี้ในประเทศไทย  ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของ Audi AG  ในฐานะที่ประเทศไทย      เป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว “การเปิดสำนักงานใหญ่ของ อาวดี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความชัดเจนในความเป็น  แบรนด์อาวดี้ ที่มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาวดี้ ประเทศไทย มั่นใจว่า ความทันสมัยของ Audi Centre Thailand      จะสร้างนิยามใหม่ให้กับโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมั่นใจว่า ที่นี่จะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ และจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอาวดี้...
รถเพื่อการพาณิชย์

อีซูซุส่ง “อีซูซุ FRR ใหม่!” รถบรรทุก 6 ล้อลุยงานก่อสร้างและขนส่ง

อีซูซุเสริมทัพ  “ISUZU KING OF TRUCKS” เปิดตัว “อีซูซุ FRR ใหม่!” เจ้าแห่งรถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางที่ตอบโจทย์มืออาชีพอย่างตรงใจ นำโดย ใหม่! อีซูซุ FRR MAX TORQUE 210 แรงม้า      เจ้าแห่งบ่อดิน และ ใหม่! อีซูซุ FRR 210/190 แรงม้า เจ้าแห่งงานขนส่ง  สมบูรณ์แบบด้วยเครื่องยนต์  “อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล” อันเลื่องชื่อ แชสซีส์ขนาดใหญ่รองรับการบรรทุกเต็มพิกัด  พร้อมความสะดวกสบายและระบบเพื่อความปลอดภัยที่พัฒนาไปอีกขั้น  ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถบรรทุกอันดับหนึ่งเมืองไทยอย่างแท้จริง กลุ่มตรีเพชร โดย นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุพร้อมสานต่อความสมบูรณ์แบบของสุดยอดรถบรรทุก ISUZU KING OF TRUCKS ให้ครบทุกรุ่น ด้วยการเปิดตัว “อีซูซุ FRR ใหม่!” เจ้าแห่งรถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับมืออาชีพอย่างดีที่สุด มาพร้อมขุมพลังดีเซล “อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล” 210 แรงม้า และ 190 แรงม้า อันเลื่องชื่อ ที่สุดของสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ให้พลังแรงจัดแต่ประหยัดน้ำมัน และทนทานเป็นเยี่ยม ระบบส่งกำลังอันทรงประสิทธิภาพ  ช่วงล่างที่แข็งแกร่ง เกาะถนน และทรงตัวดีเยี่ยม รองรับการบรรทุกหนักและใช้งานที่หลากหลาย ครบเครื่องทั้งงานลุยกับ “ใหม่! อีซูซุ FRR MAX TORQUE 210 แรงม้า” เจ้าแห่งบ่อดิน    ตอบโจทย์การใช้งานบรรทุกหนักและปีนไต่ทางชัน และ “ใหม่! อีซูซุ FRR 210/190 แรงม้า” เจ้าแห่งงานขนส่ง ...
รถยนต์ในประเทศโชว์รูมรถใหม่

เบนซ์สตาร์แฟลกชูแคมเปญเด็ด “แทนคำว่ารักจากใจ”

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ อัดแคมเปญต่อเนื่องหลังจากได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจากกิจกรรม Benz Star Flag Midnight Sale Returns ที่ขยายเวลาเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน อีกครั้งหลังจากเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในครั้งแรก เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับบริการที่สะดวกสบาย ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดขอส่งต่อแคมเปญ “แทนคำว่ารักจากใจ” เพื่อตอบแทนและขอบคุณลูกค้ากว่าหมื่นครอบครัวที่มอบความไว้วางใจตลอด 4 ปี กับโปรโมชั่นที่ดีที่สุดจากใจ นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เบนซ์สตาร์แฟลก มีความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้รับการตอบรับจากทุกๆแคมเปญ และเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากับกิจกรรมBenz Star Flag Midnight Sale Returnsขยายเวลาบริการที่ไม่เคยมีโชว์รูมไหนทำมาก่อนก็ได้รับการตอบรับดีเกินคาด อีกทั้งความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนกว่าหมื่นครอบคัว ที่ให้เราได้ดูแลและบริการตลอด4ปี จึงขอสานต่อส่งแคมเปญที่ดีที่สุด“แทนคำว่ารักจากใจ”กับโปรโมชั่น5ปีต่อจากนี้ให้เบนซ์สตาร์แฟลกดูแลคุณ (My Star Flag แพคเกจ นาน5ปี / วารันตีนาน5ปี /ประกันภัย 5 ปี) โดยรถยนต์ที่เข้าร่วมโปรโมชั่นได้แก่ E 350 e, GLC, C 250 Coupe AMGสิทธิพิเศษทั้งหมดนี้สำหรับลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะภายใน 30 กันยายนนี้ เท่านั้น”  สิทธิประโยชน์ของ โปรโมชั่น“5ปีต่อจากนี้ ให้เบนซ์สตาร์แฟลกดูแลคุณ”ที่ลูกค้าคนพิเศษจะได้รับ ดังนี้ My Star Flag แพคเกจ นาน 5 ปี ฟรี! บริการเช็คระยะ Service A และ Servive B นาน 5 ปี* บริการ My Star Flag 24...
1 96 97 98 99 100 101
Page 98 of 101