รถยนต์ในประเทศ

รถเพื่อการพาณิชย์

เปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ครั้งแรกในโลก 17 พ.ย.เปิดขายในไทย เคาะเริ่มที่  5.24 แสน จนถึง1.099  ล้าน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ หรือ แอล 200 ครั้งแรกในโลก ในประเทศไทย  ก่อนเริ่มจำหน่ายวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ เคาะราคาเริ่มที่  5.24 แสนบาท จนถึงรุ่นท็อปสุด 1.099  ล้านบาท มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ หรือ แอล 200 ถือเป็นรถกระบะมิตซูบิชิรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผลิตขึ้น ณ ศูนย์การผลิตแหลมฉบังของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ควบคู่กับการฉลองครบ 40 ปี แห่งความสำเร็จของรถกระบะมิตซูบิชิในปีนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ถือเป็นยานยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งภายหลังจากการเปิดตัวในประเทศไทยนี้มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ จะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดอื่นๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนียตะวันออกกลาง ยุโรป แอฟริกา และลาตินอเมริกา รวมกว่า 150 ประเทศทั่วโลก นายโอซามุมาสุโกะประธานเจ้าหน้าที่บริหารมิตซูบิชิมอเตอร์สคอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวที่งานเปิดตัวครั้งแรกในโลกว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ หรือ แอล 200 เป็นหนึ่งในยานยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกที่สำคัญยิ่ง และความสำเร็จของมิตซูบิชิ ไทรทันใหม่ มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่นี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดสมรรนะและความแข็งแกร่งที่ไว้ใจได้รวมถึงความสะดวกสบายในการขับขี่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถกระบะมิตซูบิชิมาตลอดระยะเวลา 40 ปี ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ หรือ แอล 200...
รถยนต์ในประเทศ

เดือด !! จากัวร์-แลนด์โรเวอร์หั่นราคา 1.099 ล้าน

อินช์เคป ประเทศไทย หั่นราคา จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ ลงอีก 9.99 แสนจนถึง 1.099 ล้าน เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในการเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศปรับราคาเริ่มต้นของรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ลง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป โดยราคาลดลงลงอีกคันละ 9.9 แสนบาทจนถึง 1.099 ล้านบาท โดยสำหรับรถยนต์จากัวร์ รุ่น F-Type รถสปอร์ตที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในประสิทธิภาพและสมรรถนะ จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6 ล้านบาท ลดลง 9.99 แสนบาท จากเดิมที่จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 6.999 ล้านบาท และสำหรับรถยนต์แลนด์โรเวอร์ รุ่น Range Rover Velar รถ SUV ขนาดกลาง จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท ลดลง 1.099 ล้านบาท จากเดิมที่ราคาเริ่มต้น 5.999 ล้านบาท Land Rover Discovery รถ SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท ลดลง  9.99 แสนบาท จากเดิมที่ราคาเริ่มต้น 6.499 ล้านบาท ส่วนรุ่น Range Rover Sport Plug-in Hybrid ที่จะเปิดตัวในงาน Motor Expo 2018 นั้น จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท ลดลง 1.099 ล้านบาท...
รถยนต์ในประเทศ

มิตซูฯปลื้มไตรมาสที่ 3 ยอดโตกว่า 24  %

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดจำหน่ายประจำไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม – กันยายน) ยังคงเติบโตกว่า 24  %  พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายประจำปี พ.ศ. 2561 ยอดจำหน่ายรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 อยู่ที่ 20,156 คัน ในขณะที่ยอดจำหน่ายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมอยู่ที่257,466 คัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 24.1 %เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 ยอดจำหน่ายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อยู่ที่ 61,257 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 25.6 เ%มื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ต้นปีเติบโตขึ้นอยู่ที่ 8.2 %เทียบกับ 7.9%  ของปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายรวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ที่ 746,581 คัน เติบโต 20.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 นายโมริคาซุ ชกกิ  กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทมิตซูบิชิมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราสามารถทำผลงานประจำไตรมาสนี้ได้อย่างน่าพอใจ อย่างไรก็ตามเราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเราพร้อมแล้วสำหรับไตรมาสสุดท้ายของ พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง” นาย ชกกิ ยังระบุถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อยอดจำหน่ายที่ยอดเยี่ยมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยว่า “เรามีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ที่ตรงต่อความต้องการของตลาดทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี การออกแบบ ความปลอดภัย  และความอเนกประสงค์...
รถยนต์ในประเทศ

​ อาวดี้  เตรียมเปิดศูนย์กระจายอะไหล่เพิ่มสต๊อกอีก 3 เท่า

หลังเปิด Audi Thailand Centre  โชว์รูมและศูนย์บริการ Audi ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  อาวดี้ ประเทศไทย ก็ประกาศเดินหน้ารุกเต็มพิกัด เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า ด้วยการยกระดับคุณภาพการบริการหลังการขายให้มีความครบวงจรเพิ่มขึ้นไปอีก เผยศูนย์กระจายอะไหล่และศูนย์เตรียมรถใหม่ตามมาตรฐาน Audi เสร็จสมบูรณ์แล้ว  พร้อมสั่งเพิ่มปริมาณอะไหล่ในสต๊อกอีก 3 เท่า รองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการบริการหลังการขาย อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากปริมาณการเติบโตของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจากแผนธุรกิจที่จะมีการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเพิ่มรวมเป็น 6 แห่งใน ปี 2019 นี้  ในส่วนของการบริการหลังการขาย ได้เตรียมการรองรับการเติบโตของลูกค้าอย่างเต็มที่  โดยขณะนี้ ศูนย์กระจายอะไหล่และศูนย์เตรียมรถใหม่ที่ได้มาตรฐานของ Audi ภายใต้เงินลงทุนมากกว่า 50 ล้านบาท ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมเปิดดำเนินงานเพื่อสนับสนุนงานขายและงานบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น “คุณภาพมาตรฐานการบริการหลังการขาย  เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นส่วนที่นำลูกค้าใหม่ๆ มาด้วย   เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนางานบริการหลังการขายอย่างเต็มที่  โดยมีการทำงานร่วมกับ Audi AG อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาและยกระดับบุคลากร  ทั้งวิศวกรและช่างเทคนิค รวมถึง เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี  ให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ   คือมีการวิเคราะห์ปัญหารถของลูกค้าแต่ละคันอย่างถูกต้อง แม่นยำ พร้อมทำการซ่อม บำรุงรักษา ให้เสร็จอย่างรวดเร็ว  หากต้องเปลี่ยนอะไหล่  ก็มีอะไหล่แท้อยู่ในสต๊อก พร้อมติดตั้งให้ลูกค้าอย่างทันท่วงที ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งจากการเปิดศูนย์กระจายอะไหล่ และศูนย์เตรียมรถใหม่ ที่เสร็จพร้อมสมบูรณ์แล้วนี้ จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจ มั่นใจและประทับใจเมื่อมาเป็นลูกค้าของอาวดี้ มากขึ้น” ศูนย์กระจายอะไหล่ และศูนย์เตรียมรถใหม่ของอาวดี้   ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2,700 ตารางเมตร  ในย่านบางนา  ใช้เงินลงทุนไปกว่า 50 ล้านบาท ภายในศูนย์มีการบริหารจัดการอะไหล่อย่างเป็นระบบ  รองรับปริมาณอะไหล่ได้มากกว่า 10,000 รายการ เพื่อให้การบริหารจัดการอะไหล่และการส่งอะไหล่ไปยังโชว์รูมต่างๆ                    มีประสิทธิภาพความรวดเร็ว ทันกับความต้องการของลูกค้า ...
รถยนต์ในประเทศ

โตโยต้า เปิดตัว คัมรีใหม่ เคาะราคาเริ่มต้นที่ 1.445 ล้านบาท

โตโยต้า แนะนำรถยนต์ซีดานขนาดกลางสุดหรูรุ่นใหม่ล่าสุด "The All-New CAMRY…Soul Striking Luxury”  เคาะราคาเริ่มต้นที่ 1.445 ล้านบาท ชี้หั่นต้นทุนต่ำกว่าเดิม 1.5 แสนบาท นายมิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  เปิดเผยว่า  โตโยต้า  แนะนำรถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด “คัมรี”           ที่สมบูรณ์แบบด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ผ่านการออกแบบอย่างพิถิพิถัน เด่นชัดด้วยเส้นสายรอบคัน สื่อถึงความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ภายในกว้างขวาง ใส่ใจในทุกรายละเอียดการตกแต่ง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า ให้ความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่  ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหนือความคาดหมาย ถือเป็นยนตรกรรมที่โดดเด่นและเหนือระดับอย่างแท้จริง โตโยต้า คัมรีใหม่ มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ รุ่น 2.0G  เกียร์อัตโนมัติ       ราคา       1.445 ล้านบาท  รุ่น 2.5G เกียร์อัตโนมัติ      ราคา                1.589 ล้านบาท    รุ่น 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ                ราคา1.639 ล้านบาท   รุ่น 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1.799 ล้านบาท                              นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เนื่องจากความนิยมที่มีต่อคัมรีในฐานะยนตรกรรมหรูขนาดกลาง ส่งผลให้ความคาดหวังของลูกค้าจึงสูงขึ้น ปัจจุบันลูกค้าชาวไทยมอง คัมรี เทียบเท่ารถยุโรป ดังนั้นเราไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆหากแต่ยังเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ให้กับรถรุ่นนี้อีกด้วย เราตั้งใจมอบความภาคภูมิใจในการครอบครอง รวมไปถึงความสบายใจในการเป็นเจ้าของ เราจึงได้รับแรงบันดาลในการสรรสร้าง ผลิตภัณฑ์...
นวัตกรรมรถยนต์ในประเทศ

  PUMA  เปิดตัวแบตเตอรี่รถยนต์กึ่งแห้งเจาะอีโคคาร์

บริษัท เอ็ม เอฟ ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ 2547 โดยเป็นผู้นำเข้าแบตเตอรี่รถยนต์ ชนิด Maintenance free แบบฝาปิดสนิท (SMF ) ภายใต้แบรนด์  PUMA  เป็นรายแรกที่ทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 14 ปี  จนเป็นที่ยอมรับขอผู้ใช้รถยนต์ชั้นนำ และ ทำให้ผู้ผลิตในประเทศเริ่มทำการผลิตแบตเตอรี่ชนิด SMF จนเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน นายบุญชัย เมธีดุลสถิต กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บริษัท เอ็ม เอฟ ออโต้ (ประเทศไทย ) จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่ ชั้นนำ ของประเทศไทย  มีสินค้าแบรนด์ ต่าง ๆ ได้แก่ PUMA Black , PUMA Gold , MF Power , OPTIMA Battery , Index, MF Charger และ Midtronics Tester  และ ขณะนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ ได้มีการพัฒนาและ เปลี่ยนแปลงการทำงานของเครื่องยนต์ และ ระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์เป็นอย่างมาก ทำให้แบตเตอรี่ ก็ต้องมีการพัฒนา เพื่อตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์  จึงเป็นเวลาอันเหมาะสมที่บริษัท จะเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่ PUMA Start Stop Series ทีมีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมัน และ ลดการปล่อยไอเสีย ไม่อย่างมีประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ PUMAStart...
รถยนต์ในประเทศ

ASTON MARTIN BANGKOK เปิดตัว THE NEW VANTAGE

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้จำหน่ายรถสปอร์ตระดับตำนานของอังกฤษอย่างเป็นทางการ เปิดตัว แอสตัน มาร์ติน ‘เดอะ นิว วานเทจ’ ผู้สืบทอดตำนานความแรงแห่งสายพันธุ์ ‘วานเทจ’ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของสถานที่สุดพิเศษ ‘บ้านเลขที่ 1’ ให้สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นายพรเศก ภาคสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “แอสตัน มาร์ติน วานเทจ เป็นรถสปอร์ตที่งดงาม ผสานความดุดันแบบนักล่า และผมเชื่อว่า ‘เดอะ นิว วานเทจ’ ยังสามารถรักษามนต์เสน่ห์ไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์ลำดับที่ 2 ตามแผนงานในศตวรรษที่ 2 ของเรา และเป็นเสมือนอีกก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต ซึ่งผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่มีโอกาสได้เห็นจะรู้สึกว่าเป็นรถที่ผสมผสานความคลาสสิค เข้ากับเทคโนโลยียุคใหม่ได้อย่างลงตัว” แอสตัน มาร์ติน ‘เดอะ นิว วานเทจ’ มาพร้อมรูปลักษณ์น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเส้นสายบึกบึน ผสานแนวทางการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ดุดันแบบนักล่า โอเวอร์แฮงค์หน้า-หลังสั้นและโป่งล้อกว้าง แสดงถึงความคล่องตัวและการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ไฟหน้าแบบใหม่ พร้อมไฟท้ายบางเฉียบ กว้างเต็มพื้นที่ของฝาท้ายที่เชิดขึ้น ก็สะท้อนคาแรคเตอร์ของสัตว์ป่า และสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ขุมพลังของ ‘เดอะ นิว วานเทจ’ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 685 นิวตันเมตร ที่ 2,000-5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ท็อปสปีด...
รถยนต์ในประเทศ

ตลาดรถยนต์ 9 เดือนพุ่งกว่า 20 %

  ตลาดรถยนต์เดือนกันยายน 2561 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 88,706 คัน  เพิ่มขึ้น 14.3%  ตลาดรถยนต์สะสม 9 เดือน มีปริมาณการขาย 746,584 คัน เพิ่มขึ้น 20.3% นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2561 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 88,706 คัน  เพิ่มขึ้น 14.3%  ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 34,086 คัน เพิ่มขึ้น 15.6%  รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 54,620 คัน เพิ่มขึ้น 13.5% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 43,205 คัน เพิ่มขึ้น 13.8% ประเด็นสำคัญ ตลาดรถยนต์เดือนกันยายนปริมาณการขาย 88,706 คัน เพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 15.6% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 13.5% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการขายจากค่ายรถต่างๆที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลาดรถยนต์สะสม 9 เดือน มีปริมาณการขาย 746,584 คัน เพิ่มขึ้น 20.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขายเติบโตเพิ่มขึ้น 19% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขายเติบโตเพิ่มขึ้น 21.1% เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนที่ส่งผลในเชิงบวกต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศ ตลอดจนข้อเสนอพิเศษต่างๆจากบริษัทรถยนต์ในหลากหลายรูปแบบที่เอื้อต่อการตัดสินใจของลูกค้า ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดรถยนต์ ตลาดรถยนต์ในเดือนตุลาคม มีแนวโน้มเติบโต จากการที่เศรษฐกิจโดยภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนทั้งจากการบริโภคและการลงทุนของเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากค่ายรถยนต์ต่างๆ แม้ว่าผู้บริโภคบางส่วนจะยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานะการณ์การค้าโลก แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์มากนัก   สถิติการจำหน่ายรถยนต์...
รถยนต์ในประเทศรถเพื่อการพาณิชย์

อีซูซุ ไฮ-แลนเดอร์  “สเทลธ์”เสริมชุดแต่งดุดันรอบคัน

อีซูซุเปิดตัวยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุ ลุยตลาดไตรมาสสุดท้าย นำทัพโดย ใหม่! อีซูซุ       ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH)  ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน STEALTH BLACK PACKAGE เข้มเต็มพิกัดทั้งภายนอกและภายใน  ควบคู่กับการปรับโฉมรุ่นไฮ-แลนเดอร์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ สู่ความเป็นสปอร์ตล้ำสมัย มีระดับยิ่งขึ้น  ตามติดด้วยการเผยโฉมลุคใหม่ของสปอร์ตออฟโรด ดีสุดสุด  ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4 ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เพิ่มฟังก์ชั่นล้ำสมัย สมบูรณ์แบบในทุกมิติ  ทุกรุ่นพร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์และเสริมส่งภาพลักษณ์ของผู้ใช้รถให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ กลุ่มตรีเพชร  โดย นายโทชิอากิ มาเอคาวะ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  เพื่อตอบรับเทรนด์ความชื่นชอบของผู้ใช้รถปิกอัพรุ่นใหม่ที่ต้องการ “ความแตกต่าง”      ไม่เหมือนใครและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ครั้งนี้อีซูซุจึงได้เลือกรถปิกอัพรุ่นไฮ-แลนเดอร์      รถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง ซึ่งอีซูซุเป็นผู้บุกเบิกตลาด จนเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดรถปิกอัพ รวมทั้งในกลุ่มลูกค้าอีซูซุเอง จึงทำให้เราได้นำมาจัดทำรุ่นพิเศษ โดยให้ชื่อว่า “สเทลธ์” (STEALTH) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH ที่มีภาพลักษณ์แสดงถึงความแข็งแกร่ง ดุดัน เรามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะโดนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน ด้วยความเท่ ล้ำสมัยเหนือระดับ ดุดันในทุกองศาจากชุดแต่ง STEALTH BLACK PACKAGE ดีไซน์พิเศษ พร้อมความโดดเด่นด้านสมรรถนะ และความปลอดภัยตามแบบฉบับอีซูซุ จัดทำพิเศษเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์อีซูซุ        1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์เท่านั้น พร้อมจะเผยโฉมที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ได้แก่ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 4 ประตู รุ่นพิเศษ! สเทลธ์...
รถยนต์ในประเทศ

โตโยต้า แนะนำ “Yaris G+” และ “ATIV S+” ความคุ้มค่าที่ลงตัวอย่างไร้ที่ติ

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยมของคนไทย โตโยต้า ยาริส จีพลัส (Yaris G+) และโตโยต้ายาริส เอทีฟ เอสพลัส (Yaris ATIV S+) ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกสไตล์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายในตกแต่งให้ดูพรีเมียม สวยสะดุดตา ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ให้ความคุ้มค่าที่สมบูรณ์แบบตอบรับกับไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำรถอีโคคาร์แฮทช์แบ็ค โตโยต้ายาริส เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ในเดือนตุลาคมปี 2556 เพื่อตอบสนองความนิยมรถเครื่องยนต์ขนาดเล็กในประเทศไทย และในเดือน สิงหาคมปี 2560 ได้เปิดตัวรถอีโคคาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกของโลกกับโตโยต้ายาริส เอทีฟ ที่มีคุณลักษณะโดดเด่น กว้างขวางสะดวกสบาย สมรรถนะการขับขี่คล่องตัว ให้ความรู้สึกสนุกในทุกการขับขี่ และยังคงไว้ซึ่งเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันสูงสุด ที่สำคัญเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานเหนือรถระดับเดียวกัน การันตีด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากอาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)* ทำให้ครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยดีตลอดมา โดยรถอีโคคาร์ทั้ง 2 รุ่นนี้ สร้างยอดขายสะสมรวมมากกว่า 50,000 คัน ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2561 เป็นต้นมา ถือเป็นยอดขายอันดับ 1 ของรถอีโคคาร์ในตลาดเมืองไทย และเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสุดพิเศษสำหรับลูกค้ารุ่นใหม่ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง โดดเด่น ไม่เหมือนใคร โตโยต้าได้แนะนำ 2 รุ่นใหม่ คือ โตโยต้า ยาริส จีพลัส (Yaris G+) ที่ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และโตโยต้ายาริส เอทีฟ เอสพลัส...
1 95 96 97 98 99 102
Page 97 of 102