กิจกรรม & CSRรถยนต์ในประเทศ

มิตซูบิชิเปิดโชว์รูมใหม่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว

  มิตซูบิชิสร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดในระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าด้วยเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการบริการให้แก่ลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ในย่านลาดกระบังและกิ่งแก้ว รวมทั้งพื้นที่ในเขตใกล้เคียง พร้อมมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า นาย เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยมและครบครันด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย โดยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้ ยังมีบทบาทที่สำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมพร้อมสร้างความแตกต่างให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการของเราต่อไป เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”...
กิจกรรม & CSRรถยนต์ในประเทศ

โตโยต้า แนะนำ ชุดแต่ง “Nurburgring” สำหรับ โคโรลล่า อัลติส พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ มูลค่ากว่าแสนบาท

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำชุดแต่ง “Nurburgring” สำหรับโคโรลล่า อัลติส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการลงแข่งขันที่สนามแข่งนูร์เบิร์กริง สนามแข่งรถระดับโลก ในประเทศเยอรมนี มาพร้อมความโดดเด่น สะดุดตา เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตได้ดียิ่งกว่า สำหรับโคโรลล่า อัลติส รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Sport และรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดทุกรุ่น พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564         รถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย โคโรลล่า อัลติส คือหนึ่งในตำนานของรถยนต์โตโยต้าที่การันตีด้วยคุณภาพมาแล้วมากกว่า 55 ปี นับตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด และได้ฉลองความสำเร็จยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกของโคโรลล่าครบ 50 ล้านคัน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น โคโรลล่า อัลติส สามารถพิชิตสนาม         นูร์เบอร์กริง (Nurburgring) ที่ได้ชื่อว่าโหดและท้าทายสนามหนึ่งของโลก คว้าอันดับหนึ่งในรายการ ADAC Total 24h-Race Nürburgring รุ่น Super Production 3 ปี 2021 เป็นปีที่สองติดต่อกัน นับเป็นการการันตีด้วยบทพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์อันทรงพลัง ผสานกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) ที่แข็งแกร่งและทนทาน ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ สร้างความมั่นใจในทุกรูปแบบการขับขี่ กับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยในการแข่งขัน ได้ใช้รถรถยนต์โคโรลล่า อัลติส รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรถ Production Car สายการผลิตในประเทศไทย ปรับแต่งอุปกรณ์บางส่วนให้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยของการแข่งขัน ที่สำคัญเป็นการแสดงให้เห็นถึงการรักษาไว้ซึ่งพื้นฐานอันสำคัญ ทางด้านคุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) ในระดับโลก  ทั้งเพียบพร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Toyota...
กิจกรรม & CSRรถยนต์ในประเทศ

เปอโยต์ เปิดตัว 3008 เอสยูวี ใหม่ เคาะราคาช่วงแนะนำที่ 1.689 ล้านบาท

เปอโยต์ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว 3008 เอสยูวี ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ยอดนิยม ผ่านการปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวและดูทันสมัยยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘FACE THE NEW FACE’ เคาะราคาช่วงแนะนำที่ 1.689 ล้านบาท นายสุนทรพันธ์ เดชะเทศ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปอโยต์ ประเทศไทย เผยว่า “ในนามของผู้แทน เปอโยต์ ประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้า เปอโยต์ ทุกท่าน ที่ได้ให้การต้อนรับการกลับมาทำตลาดในประเทศไทยของรถยนต์ เปอโยต์ อย่างอบอุ่น พร้อมมอบความไว้วางใจในยนตรกรรมและบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานระดับสากล วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญ ที่ทุกท่านจะได้ยลโฉม เปอโยต์ 3008 เอสยูวี ใหม่ ที่ผ่านการปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยขึ้น สอดคล้องกับอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์อย่างลงตัว” รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของ เปอโยต์ 3008 เอสยูวี ถูกปรับให้ดูชัดเจนและทันสมัยยิ่งขึ้น สะดุดตากับกระจังหน้าแบบไร้กรอบ (frameless grille) สวยงามล้ำสมัยและให้ความรู้สึกใหลลื่น เพิ่มความชัดเป็นเส้นครีบทอดยาวใต้ไฟหน้าแบบฟูลแอลอีดี ที่สามารถทำงานเป็นไฟตัดหมอกได้ในตัว (Foggy Mode) โดยเมื่อผู้ขับเปิดไฟตัดหมอกหลัง ไฟหน้าจะติดอัตโนมัติด้วยระดับความเข้มของแสงที่ต่ำกว่าปกติ ขนาบข้างด้วยเดย์ไทม์รันนิงไลท์แนวตั้งคล้ายเขี้ยวสิงโต เพิ่มความสปอร์ตด้วยช่องดักลมสีดำบนกันชนหน้า ขณะที่ปลายฝาประโปรงหน้า ติดตั้งตัวนูน ‘3008’ ระบุรุ่นชัดเจน พร้อมราวหลังคาดีไซน์ใหม่ ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ส่วนด้านท้ายก็ไม่น้อยหน้า ด้วยไฟท้ายแบบฟูลแอลอีดี (รวมไฟถอยหลัง) สะท้อนกรงเล็บสิงโต (lion claws) ได้อย่างทรงพลัง พร้อมไฟเลี้ยวแบบไล่ระดับ ครอบแผงไฟท้ายทั้งหมดด้วยกระจกรมดำ ยาวจรดตัวถัง 2 ฝั่ง ช่วยให้รถดูกว้างขึ้นเมื่อมองจากด้านหลัง ห้องโดยสารของ 3008 เอสยูวี นับเป็นอีกไฮไลท์สำคัญ ต้อนรับผู้โดยสารอย่างอบอุ่นด้วยเบาะหนัง ตัดกันกับสีด้ายที่ใช้เย็บตะเข็บอย่างลงตัว ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยวัสดุผ้าคุณภาพสูง ให้สัมผัสนุ่มนวลและดูหรูหรา มาตรวัดดิจิทัลอเนกประสงค์ขนาด 12.3 นิ้ว ด้านหน้าผู้ขับ สามารถปรับการแสดงผลได้อิสระ พร้อมเพิ่มความละเอียดและความเข้มของจอ เพื่อความคมชัดสูงสุด ติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด...
กิจกรรม & CSR

มาสด้าห่วงใยลูกค้าน้ำท่วม ลดค่าอะไหล่ 50% ลดค่าแรง 10%

มาสด้าห่วงใยลูกค้าที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม จัดแคมเปญด่วนพิเศษเพื่อมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 50%* และส่วนลดค่าแรง 10% ที่ศูนย์บริการรถยนต์มาสด้า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564  เพื่อให้การช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยให้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การมอบความใส่ใจและดูแลลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย นับเป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด มาสด้าพร้อมที่จะให้การดูแลลูกค้าอย่างเต็มความสามารถในทุกสถานการณ์ความยากลำบาก รวมถึงสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้าเกิดความเสียหาย มาสด้าจึงต้องการส่งมอบความห่วงใยและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจที่จะนำรถยนต์มาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้า และสามารถนำรถกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ตามคำมั่นสัญญาของมาสด้าในการให้การดูแลรถยนต์ของลูกค้าอย่างดีที่สุดไปตลอดอายุการใช้งาน สำหรับครั้งนี้ มาสด้าพร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 50%* และส่วนลดค่าแรง 10% ให้แก่ลูกค้าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหายจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ กรณีได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึง 31 ตุลาคม 2564...
กิจกรรม & CSRนวัตกรรม

นิสสันพัฒนากระบวนการรีไซเคิลรถยนต์ไฟฟ้า

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ในการพัฒนากระบวนการรีไซเคิลธาตุโลหะหายากที่มีความบริสุทธิ์สูงจากแม่เหล็กที่ใช้ในมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายการนำมาใช้จริงภายในปี 2568 ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้ส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและก้าวสู่เป้าหมายสังคมที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ มอเตอร์ในรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้แม่เหล็กนีโอไดเมียม (Neodymium Magnet) ซึ่งประกอบด้วยธาตุโลหะหายาก เช่น นีโอไดเมียม (Neodymium) และดิสโพรเซียม (Dysprosium) การลดการใช้ธาตุโลหะหายากจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่เพียงเพราะผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการขุดและการกลั่น แต่ยังสร้างสมดุลทางอุปสงค์และอุปทานที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ราคาสินค้าเกิดความผันผวนกระทบต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อใช้ทรัพยากรอันมีค่าที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด นิสสันได้ดำเนินการลดปริมาณการใช้ธาตุโลหะหนักหายาก (Rare-Earth Elements - REE)  ในมอเตอร์แม่เหล็กตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบมาตั้งแต่ปี 2553 นอกจากนี้นิสสันยังรีไซเคิล REE ด้วยการนำแม่เหล็กออกจากมอเตอร์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานการผลิตและส่งคืนให้กับซัพพลายเออร์ ปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวมีความซับซ้อนและหลายขั้นตอน รวมถึงการแยกส่วนและถอดคัดออก ดังนั้น การพัฒนากระบวนการที่ง่ายกว่าและประหยัดกว่าจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดการรีไซเคิลเพิ่มขึ้นในอนาคต ตั้งแต่ปี 2560 นิสสันร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวาเซดะ ซึ่งมีประวัติมาอย่างยาวนานด้านการวิจัยในกระบวนการรีไซเคิลและการหลอมโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก และเมื่อเดือนมีนาคมปี 2563 ความร่วมมือดังกล่าวประสบความสำเร็จหลังจากที่ได้พัฒนากระบวนการใช้ความร้อนกับโลหะโดยไม่ต้องถอดแยกมอเตอร์ ภาพรวมกระบวการ เติมวัสดุคาร์บูไรซิ่งและเหล็กดิบลงในมอเตอร์ จากนั้นให้ความร้อนอย่างน้อย 1,400 องศาเซลเซียส จนมอเตอร์เริ่มละลาย เติมเหล็กออกไซด์ในส่วนผสมที่หลอมเหลวเพื่อให้ธาตุโลหะหนักหายาก หรือ REE เกิดการออกซิไดซ์ เติมตัวหลอมที่มีบอเรต (Borate-based flux) เป็นส่วนประกอบพื้นฐานลงไปเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยละลายออกไซด์ของแร่โลหะหายากได้แม้ที่อุณหภูมิต่ำและทำให้สามารถนำ REE กลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผสมที่หลอมละลายจะแยกออกเป็นของเหลวสองชั้น แบ่งเป็นชั้นออกไซด์ (หรือที่เรียกว่า ตะกรัน – slag) ที่มี REE ลอยอยู่ด้านบน และชั้นโลหะผสมเหล็ก-คาร์บอน (Fe-C) ที่มีความหนาแน่นสูงกว่าจะจมลงไปที่ด้านล่าง จากนั้นทำการนำ REE ขึ้นมาจากตะกรัน จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่ากระบวนการนี้สามารถรีไซเคิลโลหะหายากจากในมอเตอร์ได้ถึง 98% อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนการกู้คืนและเวลาทำงานลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับวิธีการปัจจุบัน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องลบความเป็นแม่เหล็ก หรือถอดแยกชิ้นส่วนและถอดออกก่อน หลังจากนี้ ม. วาเซดะและนิสสันจะทดสอบในระดับที่ใหญ่ขึ้นต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการใช้งานจริง พร้อมกันนี้ นิสสันจะรวบรวมมอเตอร์จากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับการรีไซเคิลและนำมาพัฒนาระบบรีไซเคิลธาตุโลหะหายากนี้ต่อไป นิสสันมุ่งมั่นร่วมสร้างสังคมที่สะอาด ปลอดภัย และทุกคนเข้าถึงได้...
กิจกรรม & CSR

ฮอนด้า จัด “ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2021 คิด(ส์) กระหึ่มโลก”

แม้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจจะทำให้เด็กไทยไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้เหมือนก่อน แต่ข้อจำกัดเหล่านี้ก็ไม่สามารถปิดกั้นความฝัน จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ภายในเด็กทุกคนได้ ซึ่งการผลักดันความฝัน และการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ฮอนด้าพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จึงเดินหน้าสานต่อ โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์” เป็นปีที่ 17 ผ่านออนไลน์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก โดยเชิญชวนเด็กไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ทั่วประเทศ ที่มีอายุไม่เกิน 12 ปี ส่งผลงานไอเดียสิ่งประดิษฐ์สุดสร้างสรรค์ ที่มีความแปลกใหม่และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ภายใต้แนวคิด “เปิดแคปซูลความฝัน ปลดปล่อยพลังแห่งจินตนาการ สานต่อไอเดียสุดสร้างสรรค์กับฮอนด้า” เพื่อชิงรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา และโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น*  น้อง ๆ ที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-วันที่ 15 ธันวาคม 2564 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/hondasuperidea สำหรับโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2021 คิด(ส์) กระหึ่มโลก” ในครั้งนี้ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1: วาดภาพผลงานสิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการบนกระดาษจินตนาการ สามารถดาวน์โหลดกระดาษจินตนาการได้ที่ www.facebook.com/hondasuperidea หรือ Line: @superidea หมดเขตรับผลงานวันที่ 15 ธันวาคม 2564 โดยจะคัดเลือกผลงานและประกาศ 100 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบ 2 ในวันที่ 27 ธันวาคม 2564 รอบที่ 2: นำเสนอผลงานจากกระดาษจินตนาการในรูปแบบคลิปวิดีโอความยาว...
กิจกรรม & CSRรถยนต์ในประเทศ

เกรท วอลล์ ผุด GWM Mobile Service บริการเช็กระยะนอกสถานที่

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านการบริการหลังการขายให้กับลูกค้าด้วยบริการ GWM Mobile Service บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ ด้วยรถยนต์เคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ครบครันและทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่ออำนวยความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้าภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ New Energy New Intelligence และ New Experience โดย GWM Mobile Service พร้อมให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างประสบการณ์แบบออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) ยกระดับมาตรฐานการขายและการให้บริการให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้มีการเปิดให้บริการแบบ Door-to-Door Service ซึ่งสามารถทำได้ผ่านขั้นตอนที่ง่าย (Simple) มีความพิเศษ (Special) ปลอดภัย (Secure) และคุ้มค่า (Save) ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ Door-to-Door Test Drive เพื่อนำรถยนต์ไปให้ลูกค้าทดลองขับถึงหน้าบ้าน รวมไปถึง Door-to-Door Delivery Service บริการส่งมอบรถถึงสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งทั้ง 2 บริการ ต่างได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบบริการ GWM Mobile Service เพื่อให้บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือสถานที่ที่ลูกค้าตกลงทำการนัดหมาย โดยลูกค้าไม่ต้องนำรถยนต์เข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการ ช่วยให้ลูกค้าทุกคนได้รับความสะดวกสบายและประหยัดเวลา พร้อมกับมาตรฐานการบริการที่เหนือระดับแม้จะอยู่นอกสถานที่ นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญอยู่เสมอ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ เราเข้าใจและตระหนักถึงความยากลำบากหรือความไม่สะดวกสบายที่ลูกค้าของเราอาจจะได้รับ ดังนั้น เราจึงมีการปรับนโยบายและแผนการดำเนินงานของเราอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าของเราทุกคนจะยังได้รับบริการและประสบการณ์ที่ดีจากเราอยู่เสมอและในทุกสถานการณ์ โดยก่อนหน้านี้เราได้มีการให้บริการแบบ Door-to-Door Service รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบรถยนต์ใหม่ที่บ้าน รวมไปถึงการให้บริการทดสอบรถยนต์ที่บ้าน เพื่อให้ผู้ที่สนใจหรือผู้ที่จองรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้มีโอกาสขับและทดสอบสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และในวันนี้เรายินดีที่จะส่งมอบอีกหนึ่งบริการอย่าง GWM Mobile Service ซึ่งเป็นบริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ โดยเราได้เตรียมรถ Mobile Service ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับการตรวจเช็กระยะ พร้อมทีมช่างผู้ชำนาญการ เพื่อให้ความช่วยเหลือและพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ รวมถึงได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับการรับบริการที่ศูนย์บริการ หรือที่ GWM Partner Store” สำหรับรถ GWM Mobile Service นั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สีขาว...
กิจกรรม & CSRเศรษฐกิจ

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ “ภาคอุตสาหกรรมพร้อมเปิดประเทศแล้วหรือยัง?”

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 10 ในเดือนกันยายน 2564 ภายใต้หัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมพร้อมเปิดประเทศแล้วหรือยัง?” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับแผนการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ โดยขอให้ภาครัฐดำเนินนโยบายที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางธุรกิจมากขึ้นและบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการพักชำระหนี้และหยุดคิดดอกเบี้ยสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ภาคเอกชน รวมทั้ง         การขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวเพื่อให้ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบันเทิง เปิดให้บริการได้ พร้อมแนะภาคเอกชนเร่งปรับ Business Model ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 150 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 10 จำนวน 7 คำถาม ดังนี้ ท่านเห็นด้วยกับแผนการเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ หรือไม่ อันดับที่ 1 : เห็นด้วย                                                                                         78.0% อันดับที่ 2 : ไม่เห็นด้วย                                                                     22.0% ปัจจัยใดที่ต้องนำมาพิจารณาในการเปิดประเทศ อันดับที่ 1 : อัตราการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ให้แก่ประชาชน ไม่ต่ำกว่า 70%           86.0% อันดับที่ 2 : มาตรการคัดกรอง ตรวจติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศ                    66.7% อันดับที่ 3 : ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน            62.7% อันดับที่ 4 : ความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขในการรองรับผู้ติดเชื้อในแต่ละพื้นที่   59.3% ภาครัฐควรดำเนินนโยบายการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 และดูแลเศรษฐกิจอย่างไร อันดับที่ 1 : ผ่อนคลายภาคธุรกิจและบังคับใช้มาตรการควบคุมโรค    73.3 %เท่าที่จำเป็น อันดับที่ 2 : เข้มงวด ในการบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคทุกช่องทาง        14.0% อันดับที่ 3 : เร่งเปิดประเทศ โดยให้ความสำคัญด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นสำคัญ   12.7% แนวทางการเปิดประเทศแบบใด ที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน อันดับที่ 1 : เปิดให้อยู่ในพื้นที่ Sandbox 14 วัน หากไม่พบเชื้อหลัง 14 วัน       44.7%สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศ                   อันดับที่ 2 : เปิดให้เดินทางได้ทั่วประเทศ ในรูปแบบการจับคู่ระหว่างประเทศ        26.0% (Travel Bubble) โดยไม่ต้องกักตัว อันดับที่ 3...
1 181 182 183 184 185 363
Page 183 of 363