ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ยอดขายรวม 465,971 คัน เพิ่มขึ้น 16.60% โตโยต้ายอดขายสะสมรวม 154,207 คัน เติบโต 3.27%

รายงานตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
p ประเด็นสำคัญในเดือนสิงหาคม
Ø ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2569 ยอดขายตลาดรวม 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
Ø ยอดขายตลาดรถยนต์สะสมแปดเดือนแรก มียอดขาย 465,971 คัน เพิ่มขึ้น 16.60%
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
Ø โตโยต้า เดือนสิงหาคม มียอดขาย 19,008 คัน เพิ่มขึ้น 10.01% จากปีที่ผ่านมา นำโดย
Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 5,659 คัน เพิ่มขึ้น 3.70% จากปีที่ผ่านมา Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 5,973 คัน เพิ่มขึ้น 26.84% จากปีที่ผ่านมา
Ø โตโยต้า ยอดขายสะสมแปดเดือนแรก 154,207 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 33.09% เติบโต 3.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ)
มียอดขาย 48,741 คัน เติบโต 5.36% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV)
มียอดขาย 46,877 คัน เติบโต 21.14% จากปีที่ผ่านมา
Ø โตโยต้า ยอดส่งออกรถยนต์สะสมเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 จำนวน 244,020 คัน รุ่นรถที่ส่งออกมากที่สุด คือ Toyota Hilux มีจำนวนถึง 159,290 คัน ซึ่งแบ่งเป็น Toyota Hilux Travo-e 2,440 คัน ตอกย้ำศักยภาพมาตรฐานการผลิตระดับโลกด้วยฝีมือคนไทย พร้อมสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของโตโยต้าในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศ รวมถึงการร่วมส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนกันยายน ว่า “ตลาดรถยนต์เดือนกันยายน คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) จากการทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวสู่ตลาด ประกอบกับแรงกระตุ้นจากกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถกระบะ
สำหรับโตโยต้า ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 33.09% โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่มียอดขายในประเทศประมาณ 47,000 คัน เติบโตขึ้น 13% นำโดยรถยนต์ยอดนิยมรุ่น Yaris Cross และ Corolla Cross นอกจากนี้กลุ่ม Eco Segment ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เติบโต 21.14% นำโดย Yaris ATIV ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้ของโตโยต้า
นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในมุมมองของโตโยต้า เรามองว่าตลาดรถกระบะยังเป็นตลาดสำคัญของประเทศ ซึ่งรถกระบะ Hilux ของโตโยต้า มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) กว่า 90% ได้พิสูจน์ด้วยยอดขาย สูงถึง 48,741 คัน เติบโตขึ้น 5.36% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งการเดินทางส่วนบุคคลและการใช้งานเชิงพาณิชย์เพื่อขนส่งสินค้า สร้างอาชีพ และหมุนเวียนเศรษฐกิจในทุกภูมิภาค ทั้งหมดนี้มาจากความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อโตโยต้า ทั้งในด้านคุณภาพ ด้านความทนทาน ตลอดจนความพร้อมของบริการหลังการขายและคลังอะไหล่ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งช่วยสร้างความอุ่นใจและลดภาระค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพของลูกค้าในทุกสภาวะเศรษฐกิจ”




