กิจกรรม & CSRรถยนต์ในประเทศ

เปอโยต์-จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมโมบิล ผุดสาขาใหม่ย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์

168views

ฤกษ์ดีต้นปีใหม่ บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ ‘เปอโยต์’ และ ‘จี๊ป’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยโฉมโชว์รูมใหม่ดีไซน์ทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันเด่นตระหง่านในย่านวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ รองรับการเติบโตทางธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์
ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ภูยส มังกรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด
(แบรนด์พันธมิตร) เผยว่า “เราเป็นผู้จำหน่ายเอสยูวีสัญชาติฝรั่งเศส เปอโยต์ รุ่น 2008, 3008 และ 5008 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะและดีไซน์รางวัล Red Dot Design Awards ปี 2020 รวมถึงราชาออฟ-โรดสายพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน อย่าง จี๊ป ที่ครองใจผู้ชื่นชอบรถยนต์สไตล์นี้ โดยทั้งสองแบรนด์ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปัจจุบัน เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ มาตรฐาน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์, เยาวราช, สุขุมวิท, อุบลราชธานี, หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมถึงสตูดิโอสำหรับเลือกชมรุ่นรถต่างๆ ของ เปอโยต์ ที่สยามพารากอน ขณะที่ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน สาขาสุขุมวิท

จากการเติบโตของธุรกิจที่ผ่านมา เรามีแผนขยายสาขาโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และมองเห็นศักยภาพในย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์ ที่กำลังขยายตัวของธุรกิจการค้า โดยตั้งเป้าหมายรองรับการให้บริการสำหรับลูกค้าในย่านฝั่งธนบุรี นนทบุรี และปทุมธานี โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชอบความท้าทาย และมีไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับรถยนต์ทั้งสองแบรนด์”

สำหรับโชว์รูมใหม่ล่าสุดของ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สาขาวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ นับเป็นโชว์รูมรถ จี๊ป แห่งที่สอง หลังจากประสบความสำเร็จจากการขายที่โชว์รูมสุขุมวิท ส่วน เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล เป็นสาขาที่แปด ในประเทศไทย ตัวอาคารได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่นทันสมัยพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก จัดสรรพื้นที่อย่างลงตัวโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางออกแบบและตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นโทนสีขาว ปลอดโปร่ง สบายตา ช่วยเพิ่มมุมมองการชมรถ เปอโยต์ และ จี๊ป รุ่นต่างๆ ได้รอบด้าน

นอกจากการออกแบบพื้นที่ภายในโชว์รูม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์แล้ว ยังได้เตรียมความพร้อมด้านบริการหลังการขาย โดยมีทีมช่างมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี จากสถาบันฝึกอบรม มาสเตอร์
ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง (MAT) ที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมเครื่องมืออันทันสมัย จึงมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจเมื่อเข้ามารับบริการ ทั้งนี้ ศูนย์บริการมาตรฐานของทั้งสองแบรนด์ เตรียมพร้อม
จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคมนี้